การออกแบบระบบริโมทแอปหรือทำ Virtual Desktop ให้พนักงานใช้งาน (โดยเฉพาะระบบ Disaster Recovery หรือ DR) เรื่องที่ปวดหัวที่สุดไม่ใช่เรื่อง Technical แต่เป็นเรื่อง “License ของ Microsoft” บทความนี้จะสรุป 3 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ก่อนโดนออดิต!
เลือก RDS RemoteApp ก่อนเสมอ ถ้าเงื่อนไขเอื้ออำนวย: หากเป้าหมายคือการให้พนักงานเข้ามาคีย์ข้อมูล ใช้โปรแกรม ERP หรือโปรแกรมบัญชีในช่วง DR และแอปพลิเคชันนั้นสามารถเปิดพร้อมกันหลายคนบน Windows Server ได้ (Multi-session) ให้เลือก RemoteApp เพราะจะประหยัดงบองค์กรทั้งค่า Resource Hardware และค่า Licensed
- รูปแบบ: ให้ User ทุกคนล็อกอินเข้ามาแชร์ระบบปฏิบัติการเดียวกัน (Windows Server) แต่ใช้วิธี “ส่งเฉพาะหน้าต่างแอปพลิเคชัน” ไปปรากฏที่หน้าจอเครื่อง User (ไม่ได้เห็น Windows ทั้งย่อย)
- ข้อดี: ประหยัดทรัพยากร Server และประหยัดค่า License ฝั่ง Client
- License ที่ต้องใช้ (สำหรับ 50 Users):
- Windows Server Core License: ตามจำนวน Core จริงของ Server
- Windows Server CAL (Per User): 50 คีย์
- Windows RDS CAL (Per User): 50 คีย์
เลือก VDI เมื่อต้องการความ Isolation สูง: ถ้าแอปพลิเคชันไม่รองรับการรันซ้อนกันใน OS เดียวกัน, หรือ User แต่ละคนมีความจำเป็นต้องลงโปรแกรมเฉพาะทางที่ไม่เหมือนกัน, หรือองค์กรต้องการความปลอดภัยขั้นสุดที่ข้อมูลห้ามปะปนกันเด็ดขาด เคสนี้ต้องยอมลงทุนทำ VDI
- รูปแบบ: มอบคอมพิวเตอร์จำลอง (VM) แยกให้ User แบบ 1 ต่อ 1 (เช่น รัน Windows 11 Enterprise บน Server)
- ข้อดี: ปลอดภัยสูง ข้อมูลแยกขาดจากกันชัดเจน User สามารถปรับแต่งเครื่องตัวเองได้เหมือนมี PC ส่วนตัว
- License ที่ต้องใช้ (สำหรับ 50 Users):
- Windows Server Core License: ตามจำนวน Core จริงของ Server
- Windows Server CAL (Per User): 50 คีย์
- Windows RDS CAL (Per User): 50 คีย์
- Windows Client Access License: ต้องมี Windows 11 Enterprise E3 หรือ Windows VDA 50 คีย์
Windows 11 Enterprise E3 vs Windows VDA ต่างกันอย่างไร?
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Windows 11 Enterprise E3 | Windows VDA (Virtual Desktop Access) |
| ลักษณะสิทธิ์ | Upgrade License (ต้องมีสิทธิ์พื้นฐานก่อน) | Access License (ซื้อสิทธิ์เข้าใช้งานเพียว ๆ) |
| เงื่อนไขเครื่องพนักงาน (Endpoint) | บังคับ ต้องมี Windows 10/11 Pro แท้ (OEM/Retail) ผูกติดเครื่องมาก่อน | อะไรก็ได้ (Windows Home, Mac, Linux, เครื่องประกอบ หรือ Thin Client) |
| สิทธิ์ที่ได้รับ | อัปเกรด OS เครื่องหลักเป็น Enterprise + ได้สิทธิ์ทำ VDI ได้สูงสุด 4 VMs | ได้สิทธิ์รีโมทเข้า VDI สูงสุด 4 VMs เท่านั้น (ไม่มีสิทธิ์อัปเกรดเครื่องหลัก) |
| เปรียบเทียบราคา | ถูกกว่า (ประมาณ $7/User/เดือน) | แพงกว่า (ประมาณ $11-$13/User/เดือน) |
| วิธีเอา Key มา Activate | ผูกสิทธิ์กับบัญชี Cloud (M365) หรือใช้ MAK/KMS ในองค์กร | เข้าไปกดเอาคีย์ KMS / MAK จากหน้า Microsoft 365 Admin Center |
